เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 9 ตุลาคม 2026 เวลา 19:32.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 1 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,243
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,272
    ค่าพลัง:
    +27,030
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,243
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,272
    ค่าพลัง:
    +27,030
    วันนี้ตรงวันศุกร์ที่ ๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ พรุ่งนี้จะมีการนิเทศก์สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด โดยคณะกรรมการจากศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ คาดว่าด้วยความที่เขาจะมานิเทศก์วัดท่าขนุน กระผม/อาตมภาพก็เลยรอดตัวไป ไม่อย่างนั้นก็คงต้องไปเป็นกรรมการให้คะแนนที่วัดอื่น

    คราวนี้ในเรื่องของการนิเทศก์นั้นก็คือมาดูว่าเราปฏิบัติธรรมกันในลักษณะแบบใด ? มีอะไรถูกต้องไม่ถูกต้องอย่างไร ? หรือจะมีข้อแนะนำเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง ? เพียงแต่ว่าคณะกรรมการมาไม่ตรงกับเวลาปฏิบัติธรรมของเรา จึงไม่มีของจริงให้ดู แต่ว่ากระผม/อาตมภาพก็เตรียมวีดีโอ ตลอดจนกระทั่งพาวเวอร์พอยท์เอาไว้ เพื่อที่จะให้คณะกรรมการได้ดูและให้ข้อติชมต่าง ๆ ส่วนหนึ่งนั้นน่าจะต้องมีญาติโยมมาอยู่สักหลายคน เผื่อทางคณะกรรมการมีอะไรจะสอบถาม ก็จะได้ถามตรงได้เลย

    เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่กรรมการคณะไหนก็ตาม ถ้าต้องไปทำหน้าที่แบบนี้ ก็จะต้องปฏิบัติอย่างนี้ทั้งนั้น แต่จากการที่ไปตรวจประเมินเพื่อยกหมู่บ้านศีล ๕ ต้นแบบ กระผม/อาตมภาพไม่ใช้วิธีถามตรง ๆ หากแต่ว่าไปชวนคุย เลี้ยวไปเลี้ยวมา เดี๋ยวก็เข้าสู่จุดหมายที่เราต้องการรู้เอง ซึ่งเรื่องพวกนี้ถ้าหากว่าอยู่ในลักษณะนั้น ญาติโยมก็ไม่ตื่นเต้นจนเกร็ง

    ขณะเดียวกัน พอสอบถามหลาย ๆ รายก็จะสามารถประมวลข้อมูลได้ ว่าสิ่งที่เขาทั้งหลายเหล่านั้น รายงานเอาไว้ในเอกสาร กับสิ่งที่ทำจริงนั้นตรงกันหรือเปล่า ? ต้องบอกว่ากรรมการต้อง "รอบจัด" พอสมควร ไม่เช่นนั้นแล้วก็อาจจะโดนแหกตาได้เหมือนกัน

    ตอนนี้ทางคณะกรรมการส่วนหนึ่ง ซึ่งนำโดย "พระโสภณวชิรวาที , ดร." (อาทิตย์ อตฺถเวที) เลขานุการศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำลังเดินทางเพื่อมาพักที่ทองผาภูมิ เมื่อตอนช่วงเริ่มทำวัตรท่านส่งมาให้ดู อยู่แถว ๆ ประมาณวังสิงห์ ก็คือเริ่มเข้าสู่เขตไทรโยค ท่านปรารภว่า "หลวงพ่ออยู่ไกลขนาดนี้ ยังไปร่วมงานส่วนกลางได้ทุกบ่อย" ก็มักจะตรงกันทุกราย สำหรับคนที่เริ่มมาวัดท่าขนุนครั้งแรก ๆ ก็คือสงสัยว่า "ทำไมถึงไกลขนาดนี้ ?" กระผม/อาตมภาพก็พูดเล่นว่า "ถ้ามาบ่อย ๆ ก็จะรู้สึกว่าใกล้ไปเอง" ซึ่งความจริงก็เป็นเช่นนั้น
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,243
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,272
    ค่าพลัง:
    +27,030
    ตัวอย่างที่ชัดที่สุดก็คือ "ท่านเจ้าคุณสายชล" - พระเทพสุธี (สายชล ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ.๙) อดีตเจ้าคณะภาค ๑ ซึ่งตอนนั้นท่านเพิ่งจะเป็นเจ้าคุณชั้นราช กระผม/อาตมภาพนิมนต์มาร่วมงานที่วัดท่าขนุน ในฐานะรู้จักมักคุ้นกันมานาน บอกท่านว่า "เผื่อเวลาไว้ ๔ ชั่วโมงไปเลยนะครับ" ท่านก็บอกว่า "แค่เมืองกาญจน์นี้เอง"

    ปรากฏว่านัดสวดมนต์ตอน ๑๐ โมงครึ่ง ท่านมาถึงตอนเที่ยงครึ่ง ก็ยังบอกกับท่านว่า "คราวนี้เจ้าคุณรู้หรือยังว่าวัดผมอยู่ไกลแค่ไหน ?" ท่านก็บอกว่า "นึกว่าแค่เมืองกาญจน์นี้เอง" จึงได้บอกกับท่านว่า "กาญจนบุรีอาจจะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ แต่ทองผาภูมิไม่ใช่กาญจนบุรี"

    ส่วนตัวประธานก็คือ "พระเดชพระคุณหลวงพ่อพิมพ์" - พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ. ๗) ที่ปรึกษากรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ราชวรวิหาร ท่านจะมาพรุ่งนี้เช้า กระผม/อาตมภาพเรียนท่านว่า "ถ้าขึ้นทางด่วนพิเศษ M๘๑ ก็ใช้เวลาประมาณ ๓ ชั่วโมง แต่ถ้าไม่ขึ้นทางด่วน ก็เผื่อไปเลย ๔ ชั่วโมง"

    คราวนี้ในส่วนของพวกเรา พรุ่งนี้ก็ดูแลเรื่องความสะอาดให้เรียบร้อยกันแต่เช้า โดยเฉพาะเรายังมีงานบิณฑบาตวันเสาร์ ซึ่งกรรมการมาไม่ทันอยู่แล้ว หรือถ้าหากว่าทางคณะกรรมการจะไปร่วมงาน ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะอย่างน้อยมีอะไรที่เป็นรูปธรรมให้จับต้องได้บ้าง ไม่อย่างนั้นก็ได้แต่ดูวีดีโอ พาวเวอร์พอยท์ แล้วก็เอกสารรายงาน

    อีกส่วนหนึ่งก็คือบรรดาประชาชนชาวไทยของเราชื่นชมกับการที่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงขับเครื่องบินรบด้วยพระองค์เอง ต้องบอกว่าทำสถิติเป็นสมเด็จพระบรมราชินีองค์แรกของโลกที่ขับเครื่องบินรบ และน่าจะไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้

    เนื่องเพราะว่าการขับเครื่องบินรบต่าง ๆ นั้น ต้องอาศัยสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแรงมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเครื่องบินรบที่มีแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง ที่เราเรียกว่า "แรง G" สูง ๆ เพราะว่าถ้าร่างกายทานไม่ไหว ก็อาจจะถึงขนาดหมดสติหรือเสียชีวิตได้เลย
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,243
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,272
    ค่าพลัง:
    +27,030
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ ทรงมีชั่วโมงในการขับเครื่องบินรบ F-5E เกิน ๒,๐๐๐ ชั่วโมง แต่พระองค์ท่านต้องการจะขับ F16 แล้ว ตรวจพระวรกายไม่ผ่าน เนื่องเพราะว่า F16 นั้น มีแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางถึง 9G ขณะที่ร่างกายคนทนได้สูงสุดแค่ 7G เท่านั้น

    ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่คาพระทัยพระองค์ท่านมาก เพราะตรวจร่างกายเท่าไรก็ไม่ผ่าน จึงไม่ใช่เรื่องที่จะขึ้นไปขับกันส่งเดชได้ โดยเฉพาะบุคคลสำคัญระดับนั้น ถ้าไม่ใช่ผ่านการตรวจและศึกษามาจนครบตามชั่วโมงจริง ๆ ไม่มีใครสามารถอนุญาตได้ เพราะว่าถ้าเกิดการสูญเสียขึ้น นั่นก็คือการสูญเสียของประเทศชาติเลย

    แล้วที่พระองค์ท่านต้องเพียรพยายามถึงขนาดขับเครื่องบินรบได้ ก็ต้องบอกว่าเป้าหมายหลักก็คือการปกป้องประเทศชาติของเรา และใช้ในการรักษาพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเรื่องพวกนี้ ถ้าหากว่าไม่ใช่บุคคลที่มีความจงรักภักดีอย่างสูงสุด ก็คงจะไม่เพียรพยายามเหนื่อยยากจนขนาดนั้น

    ก็เป็นเรื่องดีที่พระองค์ท่านทำให้ชาวบ้านของเราทุกคนมองเห็นอย่างชัดเจน ว่าการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ใช่แค่การไปตะโกนว่า "ทรงพระเจริญ" เท่านั้น หากแต่เป็นการทุ่มเทความสามารถทุกอย่าง อย่างเต็มสติกำลัง ในการถวายความจงรักภักดีที่เป็นรูปธรรมให้ทุกคนเห็น

    เพียงแต่ว่าประเทศชาติของเราในปัจจุบันนี้ ต้องบอกว่าอยู่ใน "ยุคมืด" ก็ได้ เนื่องเพราะว่ากฎหมายบ้านเมืองไม่สามารถที่จะใช้งานจริงได้ เพราะว่าใครเป็นผู้มีอำนาจ มีเงิน กฎหมายก็จะเลี้ยวไปเลี้ยวมาตามแต่ผู้พิพากษาจะเห็นสมควร ซึ่งจะว่าไปแล้วเป็นการกระทำที่เลวร้ายมาก เพราะว่าจะกลายเป็นมาตรฐานให้คนรุ่นหลังทำตาม

    ความไว้วางพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มอบหมายอำนาจของตนเองให้ เพื่อที่ให้บุคคลนำไปใช้เพื่อความสุขของประชาชนส่วนมาก ก็กลายเป็นว่าเอาไปรับใช้ผู้มีอำนาจเสียอีก ซึ่งเรื่องพวกนี้ บ่นไปก็เสียเวลาเปล่า เนื่องเพราะว่าอยู่ในยุค "กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย ส่วนน้ำเต้าน้อยจะถอยจม"
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,243
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,272
    ค่าพลัง:
    +27,030
    ส่วนหนึ่งที่อยากจะเตือนญาติโยมทั้งหลายก็คือ "ใครที่ยังประมาทอยู่ มีวัตถุมงคลอะไรที่ตนเองมั่นใจ ให้อาราธนาขึ้นคอติดตัวได้แล้ว" โลกเราไม่ใช่เวลาเล่นขายของกันแล้ว หากแต่ว่าจะเป็นการหักล้างกันอย่างชนิดที่มุ่งร้ายหมายชีวิต เพื่อวัตถุประสงค์อย่างเดียวก็คือรักษาอำนาจฝ่ายตัวเองเอาไว้ จึงกลายเป็นอะไรที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องลำบากเดือดร้อน เหมือนคำพังเพยโบราณที่ว่า "ช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญ"

    เพียงแต่ว่าในปัจจุบันนี้ บรรดาหญ้าแพรกต่าง ๆ นั้น ไม่ได้เฉพาะบ้านเราเมืองเรา เนื่องเพราะว่าภาวะสงครามขยายใหญ่โตออกไป นอกจากการรบราฆ่าฟันกันแล้ว ข้าวของทุกอย่างยังแพงไปหมด จึงทำให้ทุกท่านจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมการล่วงหน้ากันบ้าง กระผม/อาตมภาพเตือนมานาน ท้ายสุดก็ต้องบอกว่า "เตือนเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน" เพราะจะรอให้เตือนอีกทีก็คงตอนที่ระเบิดมาลงอยู่ข้างบ้านเราแล้ว

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...